TOWS Matrix กับการกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร

TOWS Matrix

จากบทความที่แล้วที่เราทำความรู้จักเกี่ยวกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กรหรือ SWOT Analysis กันไปแล้วนั้น สำหรับขั้นตอนต่อไปที่จะนึกถึงเป็น การวิเคราะห์ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่มีความเหมาะสมกับองค์กรในแต่ละรูปแบบหรือสถานการณ์ ณ เวลานั้น

TOWS Matrix คืออะไร

TOWS Matrix นั้นมีที่มาจากคำว่า SWOT ที่กลับหัวกลับด้าน ซึ่งเป็นการนำ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ที่ได้จากกระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในขององค์กร (SWOT Analysis) มาทำการจับคู่เข้าด้วยกัน โดยที่สามารถแบ่งรูปแบบการจับคู่กลยุทธ์ของ TOWS ออกเป็น กลยุทธ์เชิงรุก (SO) กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO) กลยุทธ์เชิงรับ (ST) และกลยุทธ์เชิงป้องกัน (WT) ซึ่งหมายความว่าก่อนที่คุณจะเริ่มทำการวิเคราะห์ TOWS Matrix ได้นั้นจำเป็นจะต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์ SWOT ให้ดีเสียก่อน ซึ่งคุณสามารถศึกษาเพิ่มเกี่ยวกับการวิเคราะห์ SWOT ได้ที่นี่

การวิเคราะห์ TOWS Matrix

เราจะสามารถวิเคราะห์และจับคู่กลยุทธ์ TOWS Matrixออกมาเป็นกลยุทธ์ 4 รูปแบบ ได้ตามภาพด้านล่างนี้ พร้อมตัวอย่างการจับคู่กลยุทธ์ TOWS

TOWS Matrix
TOWS กับกลยุทธ์ทั้ง 4 รูปแบบ

รูปแบบกลยุทธ์ของTOWS Matrix ประกอบไปด้วย

กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy)

เป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากการจับคู่ระหว่างสภาพแวดล้อมภายในทางบวกคือจุดแข็ง (Strength) และสภาพแวดล้อมภายนอกทางบวกคือโอกาส (Opportunity) ซึ่งก็คือการใช้จุดแข็งข้อได้เปรียบของเราผสมกับโอกาสที่ดีเพื่อนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับองค์กร ตัวอย่างเช่น

S: มีการจัดโครงการ CSR ที่ทาประโยชน์ให้สังคม สร้างภาพลักษณ์ที่ดี

O: การเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการรายใหม่ (Startup) ที่ประกอบธุรกิจเบเกอรีและร้านกาแฟ (Cafe’)

จับคู่เป็นกลยุทธ์ การทำประชาสัมพันธ์ PR กิจกรรมต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงการ Startup ทำได้ง่ายขึ้น

กลยุทธ์แนวทางแก้ไข (WO Strategy)

เป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากการจับคู่ระหว่างสภาพแวดล้อมภายในทางลบคือจุดอ่อน (Weakness) และสภาพแวดล้อมภายนอกทางบวก (Opportunity) ซึ่งก็คือการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ดีเพื่อมาปิดจุดอ่อนจุดด้อยขององค์กรหรือทำให้จุดอ่อนนั้นลดลง ตัวอย่างเช่น

W: ผลิตภัณฑ์น้าตาลเบเกอรีของบริษัท น้าตาล ABC จากัด มีช่องทางการจัดจำหน่ายน้อย

O: ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทาให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลและเชื่อมต่อถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

จับคู่เป็นกลยุทธ์ เพิ่มฐานลูกค้าโดยการใช้ E-Commerce เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติม

กลยุทธ์แนวทางตั้งรับ (ST Strategy)

เป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากการจับคู่ระหว่างสภาพแวดล้อมภายในทางบวกคือจุดแข็ง (Strength) และสภาพแวดล้อมภายนอกทางลบ (Threat) เป็นการนำจุดแข็งข้อได้เปรียบขององค์กรมาป้องกันอุปสรรคซึ่งก็คือเป็นการใช้จุดแข็งเพื่อลีกเลี่ยงอุปสรรค ตัวอย่างเช่น

S: ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้งานที่แตกต่างกัน

T: การใช้สินค้าที่ให้ความหวานทดแทนน้าตาล เช่น แอสปาแทม หญ้าหวาน

จับคู่เป็นกลยุทธ์ คุณสมบัติของเนื้อแป้งและรสชาติของเบเกอรีที่ได้มาจากการใช้น้ำตาลเบเกอรี่ ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยสารให้ความหวาน เช่น แอสปาแทม หญ้าหวาน ดังนั้นจึงต้องทาให้ผู้บริโภคมีความรู้และตระหนักถึงความสาคัญ

กลยุทธ์ป้องกัน (WT Strategy)

เป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากการจับคู่ระหว่างสภาพแวดล้อมภายในทางลบคือจุดอ่อน (Weakness) และสภาพแวดล้อมภายนอกทางลบคืออุปสรรค (Threat) เป็นกลยุทธ์เพื่อการลดจุดอ่อนและหลีกเลี่ยงภัยคุกคามโดยมีเป้าหมายหลักคือการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงให้สถานการณ์ขององค์กรนั้นไม่แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ ตัวอย่างเช่น

W: ผลิตภัณฑ์น้ำตาลเบเกอรีของบริษัท เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กาลังจะเข้าสู่ตลาด ทำให้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

T: การใช้สินค้าที่ให้ความหวานทดแทนน้าตาล เช่น แอสปาแทม หญ้าหวาน

จับคู่เป็นกลยุทธ์ ทำการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด เช่น การจัดกิจกรรม ชุดความหวาน มอบความสุข โดยมีการจัดกิจกรรม หรือ การออกอีเวนท์ เพื่อทำให้ผู้บริโภคคิดว่าน้ำตาลไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิดถ้าได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ

สรุปโดยสั้นๆ เกี่ยวกับ TOWS

จะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์และจัดทำกลยุทธ์ TOWS นั้นช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับองค์กรในแต่ละรูปแบบหรือสถานการณ์ได้ดี ทั้งในส่วนของกลยุทธ์เชิงรุก (S+O) เชิงแก้ไข (W+O) เชิงรับ (S+T) กลยุทธ์ป้องกัน (W+T) ซึ่งในแต่ละรูปแบบกลยุทธ์ เราสามารถมีได้หลายกลยุทธ์จากปัจจัยภายนอกและภายในขององค์กรที่ถูกระบุไว้ก่อนหน้า (SWOT Analysis) ถือว่าเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายเลยก็ว่าได้เนื่องจากเป็นตัวตั้งต้นที่จะนำมาจับคู่กลยุทธ์นั่นเอง แล้วพบในกันบทความต่อไปครับ


Terebinth Cloud ERP ระบบบริหารงานองค์กรแบบครบวงจรบนระบบคลาวด์ ครบทุกกระบวนการทางธุรกิจ สะดวกสบายเข้าใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมคุณสมบัติการปรับแต่ง Modules และ Features ได้อย่างอิสระตามโครงสร้างองค์กร หากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ Cloud ERP ที่เหมาะสมกับธุรกิจคุณ

สนใจระบบ ERP ที่มีความเหมาะสมกับธุรกิจคุณ